| Songchai intent on retaliating against stadiums |
| Written by Varut, Editor: Wissawa | |
| Thursday, 05 November 2009 | |
|
Muaythai promoter Songchai Ratanasuban says he has refused to allow any of his fighters to fight in the upcoming Lumpini-Ratchadamnern cross-stadium event as retaliation to the treatment he received from the executives of the two stadiums. According to the earlier reports, the much-anticipated third event of the popular muaythai series planned for this month may fail to be realized as the highly influential Songchai declared he would not participate even if that would cause him his job with Ratchadamnern. Songchai told Muay Siam newspaper that he was upset with Ratchadamnern’s earlier decision to grant more event slots to two other promoters, one of whom is his long-time rival Chucharoen Rawee-aramwong. Songchai, believing that his contribution to the Ratchadamnern has not been rewarded, sarcastically said the stadium should not try to ask for help from “promoter number 3”. In addition, he also cited Lumpini’s policy to specifically bar his fighters to fight in its events. He said if Lumpini was not interested in his fighters before it should not try to include them in the cross-stadium matches as well. Muay Siam pointed out that Ratchadamnern may not be able to remove Songchai from his post as one of its resident promoters as it threatened earlier because of the immense popularity of his event series the “Onesongchai”. Source: Muay Siam
ก้นบึ้งหัวใจ"ทรงชัย" คนดังขยับตัวไปทางไหนทำอะไรก็เป็นข่าวตลอดโดยเฉพาะวงการมวย ซึ่งมีคนดังระดับประเทศไม่กี่คน และต้องบอกว่าไม่มีใครไม่รู้จัก บิ๊กซ้ง ทรงชัย รัตนสุบรรณ โปรโมเตอร์ที่ได้ชื่อว่าครองใจมหาชนคนมวยมากที่สุด "คนรักเท่าฝืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อ" ประโยคนี้เป็นเรื่องจริงไม่อิงนิยายที่มีมาแต่โบราณกาลแม้กระทั่งคนที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดโปรโมเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่วายที่มีคนเกลียดชัง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ "บิ๊กซ้ง" จะตกเป็นข่าวพัวพันในเรื่องราวทะเลาะเบาะแวงในวงการมวยมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งล่าสุดที่จำใจจะต้องรับบท "พระเอก" ในเรื่อง "ล้มศึกยกทีมภาค3" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และที่โหดร้ายในความรู้สึกสุดๆ คือการที่ต้องตกเป็นจำเลยสังคมมวยเมื่อไม่ยอมมอบนักมวยดังในสังกัดให้ข้ามศึกไปลุยครั้งนี้ ใครที่อยู่ฝั่งตรงข้ามย่อมได้โอกาสพุ่งเป้าโจมตีเขาอย่างแน่นอนรุ่นแรงที่สุดคือข้อหาท้าท้ายอำนาจผู้บริหารเวทีมวยราชดำเนิน ซึ่งมีสิทธิที่จะโดน "ปลด" จางตำแหน่งโปรโมเตอรืหรือจะถูกลงโทษสถานเบาลงมา เวทีราชดำเนินจะกล้าหาญชาญชัยถึงขนาด "สั่งปลด" หรือไม่หรือจะลงโทษแบบไหน เพราะโดยสายการบังคับบัญชาแล้วถือว่าไม่ยอมให้ความร่วมมือ และถ้าหากลงโทษไปแล้วจะมีปฏิกริยาต่อต้านจากแฟนมวยอย่างไรเพราะ "แฟนพันธุ์แท้วันทรงชัย" มีจำนวนไม่ใช่น้อย ตลอดเวลาที่ผ่านมาสู้อุตสาห์สร้างผลงานสร้างชื่อเสียงให้เวทีต้นสังกัดไม่รู้เท่าไร แต่โควตาที่ได้รับกลับไม่สมศักดิ์ศรีกลายเป็นหมายเลข 3 ที่รับโควตาน้อยกว่า "อั้งม้อ" และ "ยูริ" สุวิทย์ โกยยืนยง ซึ่งเขาก็พูดในแนวประชดประชันว่าอย่ามาให้ความสำคัญหรือมารอขอมวยจากโปรโมเตอร์เบอร์ 3 กันเลย ไม่เพียงแต่กับเวทีต้นสังกัดเท่านั้นล่าสุดเมื่อวันที่ "บิ๊กซ้ง" เดินทางมาเปิดใจที่กองบก.มวยสยามเขายังเปิดประเด็นใหม่ไปยังอดีตอู่ข้าวอู่น้ำลุมพินีด้วยว่าทำไมให้ความสนใจเขาเพียงแค่ศึกยกทีมเท่านั้นหรือแต่พอไม่ใช่ศึกยกทีมก็ยังตั้งกำแพงปิดกั้นกันเหมือนเดิมขยายความคือลุมพินีมีนโยบายห้ามแลกเปลี่ยนมวยกับศึกวันทรงชัย แต่ทำไมเวลาถึงศึกยกทีมแล้ว อยากจะได้มวยวันทรงชัยมาชก หรือเพราะว่านำมวยของศึกวันทรงชัยข้ามศึกมาจัดแล้วประสบความสำเร็จด้วยดีแฟนมวยเข้าชมล้นหลาม สนใจเฉพาะเรื่องผลประโยชน์เท่านั้นหรือ แล้วความรู้สึกก้นบึ้งหัวใจเขาละมีใครสนใจบ้างมั้ย
ที่มา: มวยสยาม |
| < Prev | Next > |
|---|