Lost Password? No account yet? Register
  • Narrow screen resolution
  • Wide screen resolution
  • Auto width resolution
  • Increase font size
  • Decrease font size
  • Default font size
  • default color
  • red color
  • green color
Tools

MuayMag.com

Friday
Feb 10th
Home arrow All News arrow Gossip arrow Shane Muangchon gives boost to troubled muaythai
Shane Muangchon gives boost to troubled muaythai
Written by Varut, Editor: Wissawa   
Monday, 22 February 2010

 

The effort of muaythai promoter Wirat Prai-anan, better known as “Shane Muangchon”, to revive the troubled cross-stadium event comes as a great boost to the sport in the time when promoters are mostly incompetent and the stadiums pay attention only on short-term benefits rather than development, says Banmuang newspaper sportswriter Thep Thammarat.

Thep said the stadiums tend to protect “sickened” promoters who are able to tender good bids for the stadiums but fail to offer the muaythai audience quality events.

“It is true that the sport today has tons of promoters but lacks magnet fighters like in the past. This is a shameful loss of both time and opportunity, not to mention the chance to promote or develop muaythai business,” he said.

He said a promoter needs both capability and resourcefulness in order to cater to the needs of today’s muaythai fans. Unfortunately, only a handful of such promoters exist, while the majority are incompetent and have to rely on the relationships with the stadium executives and the media to survive in the business.

However, Thep described a number of promoters whom he believed were notable in the modern time such as the veteran Niwat Laosuwannawat who was credited for the success of Thai boxing legend Khaosai Galaxy decades ago.

He also praised Songchai Ratanasuban for keeping up good performance in the past two decide before losing his top position to Wirat Wachiraratanawong only recently.

Both Wirat and Songchai were responsible for the first two editions of the highly popular Lumpini-Ratchadamnern cross stadium event.

However, when Lumpini was about to host the third edition and assigned Chun Kiatpetch for the task, Songchai disallowed fighters under his influence to participate in the event.

The sour relationship of the two resulted in a hiatus of the most successful muaythai series ever, and later led the Ratchadamnern chief deciding to cut Songchai’s events as punishment to the influential promoter.

It was Shane Muangchon who came to rescue the series from doom. With support from his colleagues and stadium executive, the promoter was able to revive the third cross-stadium event and schedule it on March 5.

Shane’s effort should be considered a great boost in the dark era of muaythai in Thailand, said the writer.

Source: Wetee Watee column by Thep Thammrat in Banmuang

http://www.banmuang.co.th/Sport.asp?id=196183

คอลัมน์ : เวที-วาที : วงการมวย-วงการเสี่ย

ถ้าจะมีการนับอาวุโสของโปรโมเตอร์มวยเมืองไทยในวันนี้ โดยถือเอาว่าใครเป็นก่อนหลังเหมือนอย่างพรรษาของพระแล้วละก้อต้องเป็น “แชแม้” นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ อดีตยอดผู้จัดการมวยโลกของซ้ายทะลวงไส้ เขาทราย แกแลคซี่ แห่งสมาคมมวยโลก (WBA) ซึ่งทุกวันนี้กลับมาสวมบทบาท “เสี่ยของจริง” อีกครั้งนั่นซิครับ “นัมเบอร์วัน” พรรษาสูงสุด

แต่ถ้าจะนับถึงขีดความสามารถกับผลงานที่เคยสร้างไว้ไห้วงการมวย โดยเฉพาะกับรอบกว่าส 2 ทศวรรษที่ผ่านพ้นไป ก้อต้องยกให้โปรโมเตอร์ใหญ่ ทรงชัย รัตนสุบรรณ อันดับ 1 ซึ่งมาอย่างเหนียวแน่นและยาวนาน ไร้เทียมทาน เพิ่งจะมาแผ่วแรงอ่อนล้าในระยะหลังๆ จนปล่อยให้ “เสี่ยเน้า” วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์เจ้าของรางวัลอัศวินแหวนเพชรหนึ่งเดียวแห่งสนามมวยเวทีลุมพินี ที่มาแรงแซงโค้งและเป็นที่ยอมรับของประชาชนคนมวยให้ขึ้นแท่นหมายเลข 1 ของโปรโมเตอร์มวยเมืองไทยในวันนี้อย่างเต็มภาคภูมิ 100 เปอร์เซ็นต์

และเมื่อครั้งที่ “เสี่ยเน้า” วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ ได้รับมอบหมายให้โปรโมทรายการ “มวยยกทีม ลพน.-รดน. 1” จากสนามมวยลุมพินี จนสามารถทำสถิติยอดค่าผ่านประตูเหนือรายการอื่นใดทั้งหมดของ 2 วิกมวยมาตรฐาน ราชดำเนินและลุมพินีในอดีตจนหมดสิ้นนั้น

จึงถึงคิวที่ทางเวทีมวยราชดำเนินจำต้องส่งไม้ต่อให้โปรโมเตอร์ใหญ่ ทรงชัย รัตนสุบรรณ เป็นผู้จัดรายการ “มวยยกทีม รดน.-ลพน. 2” ที่มากด้วยเงื่อนไขและสารพัดปัญหา

แต่ “บิ๊กซ้ง” ก้อไม่ยอมน้อยหน้า สร้างสถิติทำยอดค่าผ่านประตูถล่มทลายที่ราชดำเนินและผ่านพ้นปัญหาไปด้วยดี ถึงทุลักทุเลบ้างตามประสาการทำงานใหญ่ แต่ก้อทำรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับทางเวทีและผู้บริหารคนสำคัญได้อย่างงดงามมาแล้วเช่นเดียวกัน

ทีนี้พอจะถึงคิวของ “ยอดคุณพ่อ” เดอะชุ้น เกียรติเพชร เป็นผู้จัดรายการ “มวยยกทีม ลพน.-รดน. 3” ปรากฏว่าทางฝ่ายโปรโมเตอร์ทรงชัย ซึ่งมีท่านผู้รู้อยู่หลายคนคอยจับจ้องมองบทบาทอยู่ในขณะนั้น ได้ปฏิบัติการ “ล้มกระดาน” มวยยกทีมที่ว่าด้วยการแช่แข็งมวยในสายตนเองทั้งหมด เพราะเบื้องลึกเป็นอย่างที่พอจะรู้ๆ กันมาก่อนแล้วว่าทรงชัยไม่ค้าขายกับชุ้น และ บิ๊กชุ้น ก้อน่าจะรู้อะไรต่อมิอะไรมาก่อนหน้าเช่นเดียวกัน

จึงเป็นเหตุให้รายการมวยยกทีมระหว่าง 2 เวทีที่ปลุกกระแสวงการมวยได้อย่างวิเศษยิ่งมีอันต้องสะดุดหยุดหายเงียบไปพักใหญ่ โดยมีโปรโมเตอร์ทรงชัยเจอ “ใบแดงโควตารายการ” จาก “ท่านผู้ดีราชครู” เฉลิมพงษ์ เชี่ยวสกุล นายใหญ่ค่ายราชดำเนิน มาจนถึงวันนี้

เผอิญ “อีนังเชน” วิรัตน์ ไพรอนันต์ เจ้าของโควตารายการไพรอนันต์ ได้ยาดีมีแรงวิ่งจนได้รายการที่โดนสนามตัดไปคืนมา แถมเป็นรายการลุมพินีแชมเปี้ยนเกริกไกร ในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม เดือนหน้า ที่ใครต่อใครต่างอิจฉาน้ำลายหกนั้น

เจ๊เชน วิรัตน์ ภายใต้การสนับสนุนของ “อัศวินแหวนเพชร” บิ๊กเน้า วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ นายใหญ่ค่ายเพชรยินดี จึงได้โอกาสเดินเครื่องเต็มที่ประสานสิบทิศเพื่อปรับรายการลุมพินีแชมเปี้ยนเกริกไกรที่ว่าให้เป็นการเทียบเคียงรายการมวยยกทีม ลพน-รดน. ด้วยการนำเสนอขอความเห็นชอบจาก พล.ต.เฉลิมเกียรติ โพธิ์ทองนาค นายสนามมวยเวทีลุมพินีในเบื้องต้น

แล้วโกยอ้าวต่อไปหารือ “พ่อนกขุนทอง” ไพร ปัณยาลักษณ นายสนามมวยราชดำเนิน เพื่อขอไฟเขียว โดยมีโปรโมเตอร์ทรงชัยและโปรโมเตอร์หัวแดง อั้งม้อ 2 โปรโมเตอร์แกนหลักสำคัญของวิกราชดำเนินรับลูกเล่นด้วย จนเริ่มเป็นที่กล่าวขานของแฟนมวยไปแล้วนั้น

จึงเท่ากับการโปรโมทรายการมวยกทีม ลพน.-รดน. เที่ยวนี้เป็นความพยายามขับเคลื่อนและประสานกันในระหว่างเพื่อนโปรโมเตอร์ พ่อค้ามวย ต่างวิกด้วยกัน โดยทางลุมพินีมี พล.ต.เฉลิมเกียรติ โพธิ์ทองนาค นายสนาม และ พ.อ.สุรชัย จัตุมาศ รองนายสนาม ให้ความเห็นชอบในเบื้องต้น

ในขณะที่ “เสธ.นก” พ.อ.ศุภณัฐ แก้วหิรัญ อดีตหัวหน้าฝ่ายรายการ ที่ปัจจุบันโยกไปทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายเทคนิคเวทีมวยลุมพินี ผู้เคยมีบทบาทสำคัญในการหั่นแหลกโควตารายการโปรโมเตอร์สมาชิกกลุ่มเพชรลุมพินี ที่มี “เสี่ยเน้า” เป็นหัวแถว แทบทุกครั้งที่มีการแจกโควตารายการท่านให้ความสนใจกับงานนี้จนถึงกับต้องเรียกตัวเจ๊เชน ไปขอทราบรายละเอียดและความคืบหน้า แล้วสำทับว่าไม่ควรเอามวยของทรงชัยมาจัดที่ลุมพินี ทั้งๆ ที่มวยยกทีมรอบก่อนหน้านี้เคยมีผู้บริหารของลุมพินีคนสำคัญคอยลุ้นให้มีของทรงชัยขึ้นชกในรายการมาแล้ว

ผิดกันกับ “ท่านผู้ดีราชครู” เฉลิมพงษ์ เชี่ยวสกุล นายใหญ่สำนักราชดำเนิน ซึ่งออกตัวว่ายังไม่ได้รับรายงานกับงานชิ้นใหญ่ของเจ๊เชนเที่ยวนี้นั้น

ทั้งหมดจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามในโหมโรง เพื่อหยั่งเสียงแฟนมวยของคนทำงานอย่าง เชน เมืองชล คนมีเพื่อน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี

และควรนับว่าดีม้ากมากสำหรับยุคที่มวยปิดวิกบ้านเรายังไม่สามารถสร้างแฟนมวยรุ่นใหม่ๆ เข้ามาเสริมหรือทดแทนคนรุ่นเก่า ซึ่งควรได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทุกๆ ฝ่ายเพื่อวงการมวย

เมื่อพูดถึง “มวยยกทีม ลพน.-รดน.” แล้ว ต้องขอย้อนกลับไปว่าเป็นความริเริ่มที่บรรเจิดสุดๆ ของ “สุภาพบุรุษวงการมวย” พล.ต.เฉลิมเกียรติ โพธิ์ทองนาค นายสนามมวยเวทีลุมพินี มาแต่แรก

และนับได้ว่าเป็นแนวคิดที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะเทียบกับยุคทองหรือยุคตกต่ำสุดของวงการมวย โดยเฉพาะกับมวยปิดวิกที่ทางผู้บริหารเวทีเน้นปริมาณของโปรโมเตอร์จนเกินพอดีไปหลายสิบหมื่นลี้ จนทุกวันนี้บางเวทีมีแต่โปรโมเตอร์ที่อ่อนแอ แถมขี้โรคอีกตะหาก

เป็นเรื่องจริงที่วงการมวยวันนี้มีโปรโมเตอร์มวยเป็นเข่งๆ แต่ขาดแคลนนักมวยแม่เหล็กเหมือนเช่นครั้งในอดีตอย่างน่าเสียดายทั้งเวลาและโอกาส ไม่ว่าจะมองในแง่ของการส่งเสริมหรือพัฒนาอนุรักษ์มวยไทยหรือในเชิงธุรกิจหมัดมวย ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าทั้งหลายจะปราศจากซึ่งคนดูผู้ให้การอุดหนุนมิได้

คนดูอยากดูมวยดีมีคุณภาพ ซึ่งหมายถึงว่าคนจัดมวยหรือโปรโมเตอร์มวย หรือพ่อค้ามวย จะต้องมีขีดความสามารถและความพร้อมในตัวเองค่อนข้างสูง

ทุกวันนี้เรามีโปรโมเตอร์คุณภาพในเวทีมวยมาตรฐานบางเวทีไม่ถึง 3 คน จากจำนวนโปรโมเตอร์ที่มีกันอยู่เวทีละ 13 คน

ที่เหลือล้วนเป็น “โปรโมเตอร์อมโรค” ซึ่งสมสู่อยู่กับผู้บริหารที่มีภูมิต้านทานเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี

ที่เป็นได้เช่นนี้เพราะการคัดสรรโปรโมเตอร์ของเวทีล้วนให้น้ำหนักไปที่วัคซีนขนาด 1,000,000-2,000,000 ซีซี. เป็นสำคัญ จากนั้นถึงค่อยโยนต่อมาให้สื่อช่วยกันสวมหมวกยี่ห้อ “เสี่ย” ให้

“วงการมวย” เลยเป็น “วงการเสี่ย” มากยิ่งกว่าวงการใด

ส่วนจะเป็น “เสี่ยของจริง” หรือ “เสี่ยขี้โรค” ก้อต้องถามนายสนามของแต่ละเวทีดูกันอีกทีล่ะครับ

จาก คอลัมน์ : เวที-วาที โดยเทพ ธรรมรัตน์ ในหนังสือพิมพ์บ้านเมือง

http://www.banmuang.co.th/Sport.asp?id=196183
 
< Prev   Next >
Your name (*)
Your e-mail (*)
Friend's e-mail (*)
Personal Message
 
 
 
 
 
MuayGallery.com
MuayRec.com
 MuayVideo.com
 

Muaythai Records

MuayRec.com Banner
 

Login Form






Lost Password?
No account yet? Register

Visitors by Country

 55 % United States
 22 % Russian Federation
 10 % China
 4 % Ukraine
 2 % Thailand
 < 1.0 % Poland
 < 1.0 % Brazil
 < 1.0 % France
 < 1.0 % United Kingdom
 < 1.0 % Germany

Polls

What is your favourite sport?