Lost Password? No account yet? Register
  • Narrow screen resolution
  • Wide screen resolution
  • Auto width resolution
  • Increase font size
  • Decrease font size
  • Default font size
  • default color
  • red color
  • green color
Tools

MuayMag.com

Friday
Feb 10th
Referee panel wants to standardize muaythai rules
Written by Varut   
Tuesday, 25 August 2009

 

Thailand’s newly formed panel of muaythai referees is looking to standardize the rules of the sport in response to Lumpini Stadium’s decision to change its rules to limit excessive grabbling and kneeing, saying all the stadiums must apply the same set of rules if they want to promote the sport to the international level.

The representatives from seven of Thailand’s leading stadiums, as well as former muaythai fighter Colonel Boonsong Kerdmanee who chairs the panel, were convened to the first panel meeting on August 20 at the Sports Authority of Thailand.

The Lumpini Stadium representative explained to the meeting participants of the stadium’s recent decision to prohibit certain grabbling techniques that were seen as counteractive such as grabbling at the waist level, saying studies have shown that the curb on long kneeing sessions would allow the fight to be more exciting while reducing the foul by the fighters.

The other stadiums, as well as Boonsong, however, believe that there should not be rules against the grabbling and kneeing but the referees should apply their individual judgment and separate the fighters from grabbling if none of them are attempting to strike.

They praised the progressive Lumpini for daring to make change to improve the sport, which has influenced the referees at the other stadiums to split the fighters faster, but they expressed concerns that the stadiums are now applying different standards due to Lumpini’s rule reform.

They said the stadiums must apply the same standard if the sport would be popularized at the international level.

The panel members have agreed to wait for the result of the Lumpini Stadium’s seminar scheduled on September 1, which may involve discussion on the grabbling subject.

The panel is also looking to consider various issues in its future meetings, including certain actions of the fighter that may be considered foul and the scenario when both fighters were down at the same time.

The panel said once the members have reached agreements it would publish their decisions and conduct training sessions for referees.

The referee panel, officially named the “Subcommittee to Control Practice and Duty of Referees of Boxing Sport”, was established on July 23 by Thailand’s Board of Boxing Sport.

Source: Siam Sport
http://www.siamsport.co.th/Sport_Boxing/090820_180.html

  

มวยหวังโกอินเตอร์ถกเครียดปรับระบบตัดสิน

คณะอนุกรรมการควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินกีฬามวย ถกปัญหาแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินที่เกิดขึ้น เตรียมกำหนดให้เป็นแนวทางเดียวกัน มีความเห็นแย้งฝ่ายเทคนิคลุมพินีเกี่ยวกับการกำหนดจำนวนการปล้ำตีเข่า ประชุมคราวหน้าคาดจะทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกเวทีเพื่อให้เป็นสากล พร้อมตอบคำถามชาวต่างชาติที่ว่ากฎกติกามวยไทยทุกเวทีต้องเหมือนกัน แต่ยังกังวลการจัดสัมนาเวทีลุมพินีในวันที่ 1 ก.ย. นี้จะมีแนวโน้มแบบไหน เพราะเชื่อว่าแฟนมวยต้องถามปัญหาเรื่องนี้แน่นอน

พ.อ.บุญส่ง เกิดมณี หรืออดีตนักมวยเก่า เขียวหวาน ยนตรกิจ เป็นประธานคณะอนุกรรมการควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินกีฬามวย, นายสันติ ภู่ขวัญเมือง เป็นอนุกรรมการและเลขาธิการ โดยมีประธานผู้ตัดสินสนามมวยต่างๆรวม 7 แห่งเป็นอนุกรรมการประกอบด้วยเวทีลุมพีนิ พ.อ.นรินทร์ พวงแก้ว, เวทีราชดำเนิน นายพรหมเมศ จักษุรักษ์, เวทีมวยสยาม นายปิยะ เหล็งสุดใจ, นายพงษ์ศักดิ์ แป้นละม่อม จากเวทีมวยอัศวินดำ, ตัวแทนจากศึกวันทรงชัยเอ็นบีที, กรรมการสมศักดิ์ ศิริอนันต์ จากช่อง 7 นอกจากนี้ยังมี อาจารย์ระดม ณ บางช้าง กรรมการของเวทีลุมพินีเข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมอาคารที่พักนักกีฬา 200 เตียง การกีฬาแห่งประเทศไทย หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะกรรมการกีฬามวยหรือบอร์ดมวยได้ทำการแต่งตั้ง เมื่อ 23 ก.ค. 2552 ที่ผ่านมา
 
สำหรับการประชุมในครั้งแรก มีวาระที่น่าสนใจมีการพิจารณาในหลายเรื่องด้วยกัน โดยเรื่องที่ว่าด้วยระเบียบและกติกามาตรฐานกีฬามวย พ.ศ. 2545 เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินกีฬามวย มีการแสดงความคิดเห็นถึงกรณีที่สนามมวยลุมพินีมีเทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ชี้ขาดแตกต่างไปจากเวทีอื่นเกี่ยวกับเรื่องการปล้ำตีเข่า โดยมีการกำหนดจำนวนการปล้ำตีเข่า อาทิ กอดสะพายแล่งให้ตีได้ไม่เกิน 5 ครั้ง แต่ถ้าเป็นกรณีการกอดรัดเอว ผู้ชี้ขาดจะแยกทันที ในเรื่องนี้ อาจารย์ระดม ณ บางช้าง ได้นำเอกสารอันเป็นที่มาของมาตรการในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินเกี่ยวกับการกอดปล้ำใช้อาวุธเข่าให้กับที่ประชุม โดยเป็นการสรุปผลการวิจัยว่าการกำหนดจำนวนการปล้ำตีเข่า ทำให้มวยชกกันสนุกขึ้น ถือว่าเป็นการลดการกระทำฟาวล์ของนักมวย ไม่ใช่เป็นการสรุปลอยๆ แต่มีที่มาที่ไปจากการเก็บรวบรวมเป็นเวลาหลายเดือนจนได้ปฏิบัติมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ได้มีการปรับเปลี่ยนจากเดิมให้ปล้ำรัดเอวตีเข่าได้ ไม่เกิน 3 ครั้ง โดยต่อมาห้ามรัดเอว ซึ่งถือว่าเป็นเทคนิคของแต่ละเวทีไม่ได้มีการแก่ไขกฎกติกาแต่อย่างใด
 
ด้าน พ.อ.บุญส่ง มีความเห็นแย้งว่าแนวทางการปฏิบัติของผู้ตัดสินกีฬามวยไทย ควรจะเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องการหยุดและการแยกมวย ผู้ขี้ขาดควรจะพิจารณา 3 ประการด้วยกัน คือ 1.นักมวยทั้งคู่ไม่ออกอาวุธ, 2.นักมวยทั้งคู่ออกอาวุธแต่ไม่มีน้ำหนัก ไม่ชัดเจน และ 3 นักมวยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดกติกา
           
ในกรณีนี้ทางประธานเทคนิคสนามมวยอื่นๆ เห็นพ้องกันว่าไม่ควรจะกำหนดจำนวนการปล้ำตีเข่า ควรจะอยู่ที่ดุลพินิจของผู้ตัดสินเป็นสำคัญ ถ้าหากนักมวยตีเข่าได้ควรจะให้ตี ไม่ควรไปจำกัดจำนวน แต่ถ้านักมวยไม่ออกอาวุธ กรรมการจึงจะแยก ถือเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในการก้าวไปสู่ความเป็นสากล ไม่ใช่ทุกวันนี้ยังตอบคำถามต่างชาติไม่ได้ว่าทำไมสนามมวยเมืองไทยจึงมีกฎกติกาแตกต่างกัน
 
อย่างไรก็ตามทางคณะอนุกรรมการแสดงความชื่นชมสนามมวยลุมพินีที่กล้าจะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มวยชกกันสนุกขึ้น ไม่เอาแต่กอดปล้ำรัดเหวี่ยงกัน จากจุดนี้ส่งผลให้เวทีอื่นๆมีการเข้าแยกนักมวยที่เร็วขึ้นอีกด้วย แต่เมื่อเจอปัญหา เจออุปสรรค กลายเป็นมาตรฐานที่ต่างกันต้องมาหาจุดที่ลงตัวด้วยกัน นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่สนามมวยลุมพินีกำหนดให้มีการสัมมนาในวันที่ 1 ก.ย. นี้ ว่าจะมีแนวโน้มอย่างไร เพราะเชื่อเหลือเกินว่าแฟนมวยต้องมีการซักถามเกี่ยวกับเรื่องของการปล้ำตีเข่า ขณะที่คณะอนุกรรมการมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า ควรจะปรับให้มีรูปแบบเหมือนกัน ไม่เป็นสองมาตรฐานเหมือนทุกวันนี้ จึงต้องรอดูการสัมมนาของเวทีลุมพินีก่อน
 
สำหรับในการประชุมคณะอนุกรรมการครั้งต่อไปจะมีแนวทางการปฏิบัติของผู้ตัดสินกีฬามวยมาพิจารณาร่วมกันว่าจะปรับแก้ เพิ่มเติมตรงไหนอย่างไร อาทิ การใช้นวมอุดจมูกคู่แข่งขันจะเป็นการกระทำฟาวล์หรือไม่ การเอาคางกดทับหรือขยี้ไปที่ใบหน้าคู่ต่อสู้จะผิดกติกาหรือไม่ การที่นักมวยสองฝ่ายโดนนับในยกเดียวกัน คนหนึ่งโดนสองนับ อีกคนหนึ่งโดนหนึ่งนับ คะแนนจะออกมาอย่างไร ซึ่งหลังจากมีแนวทางกำหนดออกมาแน่นอนแล้ว ก็จะแจกจ่ายไปยังสนามมวยต่างๆ จากนั้นจะมีการอบรมกรรมการผู้ตัดสินในลำดับต่อไป 

โดย สยามกีฬา
http://www.siamsport.co.th/Sport_Boxing/090820_180.html

 
< Prev   Next >
Your name (*)
Your e-mail (*)
Friend's e-mail (*)
Personal Message
 
 
 
 
 
MuayGallery.com
MuayRec.com
 MuayVideo.com
 

Muaythai Records

MuayRec.com Banner
 

Login Form






Lost Password?
No account yet? Register

Visitors by Country

 55 % United States
 22 % Russian Federation
 10 % China
 4 % Ukraine
 2 % Thailand
 < 1.0 % Poland
 < 1.0 % Brazil
 < 1.0 % France
 < 1.0 % United Kingdom
 < 1.0 % Germany

Polls

What is your favourite sport?