| Lumpini defends referee from foul play claim, bans accusers |
| Written by Netnapa Janeckova | |
| Sunday, 16 August 2009 | |
|
Thailand’s Lumpini Stadium has defended its muaythai referee Udom Deekrajang from the claim that he was committing a foul play, while banning two accusers from the stadium for causing disorder. Udom was the referee for the match of Saenchai Sor Kingstar vs Petchboonchu F.A. Group on August 7 that ended with the latter fighter as the winner by split decision. Some upset spectators gave Udom booing and continued to yell to him during the following match. Some individuals at the stadim later distributed leaflet criticizing Udom for “violating the multiple rules of Lumpini Stadium” and claiming that “all the muaythai fans in the stadium have witnessed the wrongdoing of Udom, and that he refereed in favor to Petchboonchu and intended to have Saenchai lose.” “The muaythai fans cannot accept this decision as it is considered foul play and blatant attempt to rob Saenchai of his win,” said the leaflet. It demanded Udom to resign from his position while asking the muaythai fans to refrain from attending Lumpini event to pressure Udom. In response, the Lumpini Stadium arranged for Udom to talk to the muaythai fans and give explanation to his act, while provided video record of the bout to demonstrate how the five rounds were scored. In addition, the stadium issued a letter banning two individuals from the stadium for “disrupting and causing troubles to other spectators who wished to continue to watch the event, while generating bad image for the stadium and the sport.” The banned individuals reportedly gathered with some other people at the restaurant next to the stadium, while the alert Lumpini ordered its security personnel to help escort the officials after the event of that day. However, no clash between the two groups occurred.
เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ส.ค. 52 ที่สนามมวยลุมพินี มีมวยคู่เอกป้องกันแชมป์เปี้ยนมวยไทย รุ่นซุปเปอร์เฟเธอร์เวท ระหว่าง แสนชัย ส.คิงส์สตาร์ กับ เพชรบุญชู เอฟ. เอ. กรุ๊ป ผลปรากฏว่าเพชรบุญชู เอฟ. เอ. กรุ๊ปชนะไปด้วยคะแนน 49-48, 48-49, 48-49 สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนมวยเป็นอย่างมาก แต่ก่อนการแข่งขันซึ่งอยู่ในช่วงระหว่างที่นักมวยกำลังไหว้ครูอยู่นั้น แฟนมวยได้ตะโกนด่ากรรมการห้ามบนเวทีว่า “อุดม เหี้ย” ตั้งแต่ยังไม่เริ่มการแข่งขัน จนกระทั่งวันนี้ ที่สนามมวยราชดำเนิน บนล็อคชั้น 2 และชั้น 3 ได้มีแฟนมวยเดินแจก หนังสือฉบับหนึ่งมีใจความดังนี้ “เรียน แฟนมวยที่รัก เนื่องจาก เหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2552 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี จัดให้มีการแข่งขันชกมวยในคู่ระหว่าง แสนชัย กับ เพชรบุญชู โดยมีกรรมการ นาย อุดม ดีกระจ่าง เป็นกรรมการผู้ห้ามบนเวที ในระหว่างการชก นาย อุดม ดีกระจ่าง ได้กระทำผิดโดยการแหกกฎกติกาของสนามมวยลุมพินีซึ่งตั้งไว้หลายข้อ แฟนมวยได้เห็นการกระทำผิดดังกล่าวของ นาย อุดม ดีกระจ่าง ทั้งสนามว่าได้ตัดสินแบบเข้าข้าง เพชรบุญชู โดยเจตนาให้ แสนชัย แพ้ การกระทำครั้งนี้ ชาวแฟนมวยไม่สามารถรับการตัดสินครั้งนี้ได้ เพราะเห็นว่าเป็นการโกงและปล้นชัยชนะของแสนชัย อย่างชัดเจน” “จึงอยากให้ นาย อุดม ดีกระจ่าง ได้พิจารณาตนเองออกจากการเป็นกรรมการห้ามมวยของเวทีมวยลุมพินี ณ บัดนี้ (แฟนมวยจึงควรจะรวมใจไม่ไปดูมวยของเวทีลุมพินีจนกว่า นาย อุดม ดีกระจ่าง จะสิ้นสุดการเป็นกรรมการห้ามมวยของเวทีมวยลุมพินี) หวังว่า แฟนมวยทั้งหลายจะเห็นด้วย เพราะเมื่อเขาโกงได้ในครั้งนี้ ต่อไปก็อาจจะมีการโกงเกิดขึ้นได้อีก จาก แฟนมวยทั้งหมด” หลังจากมีหนังสือเวียนในสนามมวย เพื่อไม่ให้เซียนมวยไปดูมวยที่สานมมวยเวทีลุมพินี จนกว่ากรรมการนายอุดม ดีกระจ่างจะพ้นจากหน้าที่ ทำให้สนามมวยเวทีลุมพินี จึงได้ทำการชี้แจง โดยให้กรรมการ นายอุดม ดีกระจ่าง ชี้แจงทุกจุดที่เซียนมวยมีข้อสงสัย โดยเปิดเทป แล้วชี้แจงต่อหน้าเซียนมวยว่า ทำไมจึงตัดสินให้เพชรบุญชู ชนะ เนื่องจากการชกในยกที่ 1, 2, และ 5 ทั้งคู่มีคะแนนที่เสมอกัน ส่วนเพชรบุญชูชนะคะแนนในยกที่ 3 และแสนชัยชนะคะแนนในยกที่ 4 แต่ที่เพชรบุญชูชนะ เพราะเพชรบุญชู ชนะคะแนนในยกที่ 3 มากกว่าแสนชัยชนะคะแนนในยกที่ 4 กรรมการจึงมีความเห็นให้เพชรบุญชูชนะไป และทางสนามมวยเวทีลุมพินี ได้ทำหนังสือ ชี้แจงและห้ามบุคคลเข้าสนามมวยเวทีลุมพินีแบบไม่มีกำหนด ทำให้เป๊กโก้ เตาปูน และพวกเกิดความไม่พอใจ ไปดักรอเซียนมวยที่ร้านอาหารเสวยหลังสนามมวยเวทีลุมพินี ทำให้เจ้าหน้าที่ของสนามต้องจัดกำลังไปดูแลความปลอดภัยหลังมวยเลิก ให้เจ้าหน้าที่สนามทุกท่าน แต่เหตุการณ์ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่มีการปะทะกันอย่างใดทั้งสิ้น หนังสือดังกล่าวมีใจความดังนี้ “ด้วยในการแข่งขันชกมวย เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2552 รายการศึกเพชรปิยะ หลังจากจบการแข่งขันชกมวยคู่ที่ 5 (คู่เอก) ระหว่าง แสนชัย ส.คิงสตาร์ (ฝ่ายแดง) กับ เพชรบุญชู เอฟ.เอ.กรุ๊ป (ฝ่ายน้ำเงิน) และเข้าสู่การแข่งขันชกมวยในคู่ที่ 6 ปลายยกที่ 1 ได้มีเสียงโห่ด่ากรรมการ นายอุดม ดีกระจ่าง โดยมี นายนุกูล เสืองามเอี่ยม (เป๊กโก้ เตาปูน) กับพวก (นายโบ้ ไม่ทราบชื่อ – สกุลจริง) เป็นแกนนำโบกมือต้อนให้แฟนมวยล็อค 2 และ 3 ออกจากเวที ซึ่งแฟนมวยเดินออกเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากบุคคลดังกล่าว ไม่พอใจการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการห้ามบนเวที โดยกล่าวหาว่าตัดสินช่วยนักมวยฝ่ายน้ำเงิน” “สนามมวยเวทีลุมพินี พิจารณาแล้ว การกระทำของ นายนุกูล เสืองามเอี่ยม (เป๊กโก้ เตาปูน) กับพวก เป็นการก่อกวนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้เข้าชมการแข่งขันชกมวย ซึ่งมีความต้องการที่จะชมการแข่งขันชกมวยต่อไป ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อสนามมวยเวทีลุมพินี และวงการมวย จึงเป็นบุคคลที่ไม่พึงปราณถนาของสนามมวยเวทีลุมพินี เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก จึงห้าม นายนุกูล เสืองามเอี่ยม (เป๊กโก้ เตาปูน) และนายโบ้ เข้าสนามมวยเวทีลุมพินี ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2552 เป็นต้นไป”
|
| < Prev | Next > |
|---|