|
WBA flyweight champion Denkaosan Kaovichit of Thailand says he will knock out Japan’s Daiki Kameda in the match next Tuesday despite the results of the medical examination that seem to indicate that the Japanese challenger will enjoy height and other physical advantages.
The match against Kameda that will be held in Osaka on October 6 will be the second title defense of Denkaosan, following an earlier split-decision win over another Japanese challenger, Hiroyuki Hisataka, in Thailand.
After some trouble with the Japanese immigration officials at the Kansai airport, Denkaosan and his staff team as well as two Thai sportswriters arrived at the hotel in Osaka late in the night of September 30.
In the next morning, the Thai champion had a jogging session in the hot Osaka weather and surprised the staff by dropping nearly four pounds to the weight of 114.8 pounds. His trainer Durong Apollo was satisfied, and said Denkaosan was able to lose the weight he gained during the long journey to Japan.
However, his weight went up to about 117 pounds at a medical examination by the Japan Boxing Commission later that day. The commission did not reveal the weight of Kameda, who had a check-up in Tokyo on the same day.
It did, however, report some other information of the two pugilists. Denkaosan was found to have a height of 161 centimeters, while Kameda was 167.9.
The Japanese challenger also seemed to have larger chest and better blood pressure as well as the heart pulse rate, although the Thai had an arm length that is several centimeters longer than the Japanese.
Upon learning the check-up results, the Japanese reporters who gathered at the check-up site seemed to have concluded that Kameda would have the upper hand in the fight.
They also asked Denkaosan if his win over Hisataka, which was not unanimous, would indicate his level of performance in the upcoming match against Kameda. In response, Denkaosan said he did not have good preparation and was not in a good mental state when he fought Hisataka, which led to the poor performance.
However, he said he has prepared well for the Osaka match and is fully confident that he would be able to beat Kameda, likely by a knockout in order to avoid scoring, but the Thai champion also claimed he would have a higher score anyway due to his superior experience and skills than the Japanese challenger. His not-so-humble talk seemed to trigger some reaction from the Japanese reporters.
After the interview, Denkaosan had a short exercise session at a local gym before returning to his hotel.
Source: Siam Sport
http://www.siamsport.co.th/Sport_Boxing/091001_146.html
ยุ่นทำแปลกเช็คร่างกายคู่ชิงแวฮามะคนละเมือง
องค์กรมวยยุ่นมาแปลกให้ "แวฮามะ" เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม และ ไดกิ คาเมดะ ตรวจร่างกายกันคนละเมือง ก่อนส่งผลให้แต่ละฝ่ายเปรียบเทียบกันเอง ผลการตรวจแชมป์โลกชาวไทยเสียเปรียบบานเบอะ แถมผลเช็กฟิต ยังเป็นรองอีกต่างหาก สื่อยุ่นถามเหน็บฟอร์มชนะหืดจับ จะส่งผลกระทบถึงนัดนี้หรือไม่ นักชกไทยยันป้องกันแชมป์หนก่อน ยังไม่สมบูรณ์ พร้อมประกาศน็อก คาเมดะ ให้ได้ก่อนครบยก เพื่อตัดปัญหาเรื่องการตัดสินจากกรรมการอีกด้วย
กิตติพงษ์ กุยยะรัตน์ และ ชาคร ห่อวโนทยาน ผู้สื่อข่าวมวยสยาม และสยามกีฬา รายวัน รายงานความคืบหน้า ศึกป้องกันแชมป์ฟลายเวต สมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ WBA) ระหว่าง เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม เจ้าของตำแหน่งชาวไทย กับ ไดกิ คาเมดะ รองอันดับ 11 ชาวอาทิตย์อุทัย ซึ่งการชกจะมีขึ้นที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น วันอังคารที่ 6 ต.ค.นี้ ช่อง 3 ถ่ายทอดสดเวลา 18.00 น.
"แวฮามะ" ตื่นสายวิ่งกลางแดดเปรี้ยง
หลังจากที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางยาวนาน และเผชิญปัญหาในการตรวจคนเข้า เมื่อที่สนามบินคันไซ จนทำให้กว่าที่คณะของ "แวฮามะ" เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม ต้องเสียเวลาไม่น้อยก่อนจะเช็กอินเข้าพักที่ห้อง 436 โรงแรมรามาดา ในกรุงโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ได้ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนนั้น แถมเวลาที่ญ่ปุ่นเร็วกว่าประเทศไทยอีก 2 ชั่วโมง
จึงทำให้เมื่อเช้าวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา เด่นเก้าแสน จึงตื่นสายกว่าปกติ โดยตื่นขึ้นมาเมื่อเวลา 08.00 น.และเช็กน้ำหนักตัวเองทันที ปรากฏว่าชั่งได้ 118.8 ปอนด์ เกินพิกัดชกอยู่ 6 ปอนด์เศษ จากนั้นจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาวิ่งออกกำลังที่สวนสาธารณะด้านหลังโรงแรมที่พักตั้งแต่เวลา 09.00 น.
เหงื่อไหลเป็นน้ำลดวูบ 4 ปอนด์
แม้ว่าจะเป็นช่วงเช้าแต่สภาพอากาศที่โอซาก้า ร้อนระอุไม่น้อย มีแสงแดดแผดกล้า อุณหภูมิประมาณ 26 องศาเซลเซียส แวฮามะใช้เวลาวิ่งประมาณ 40 นาที ภายใต้การดูแลของเทรนเนอร์ ดุรงค์ อพลโล่, เขาทราย แกแล็คซี่ และ เก๋า โตเกียว จากนั้นจึงเล่นลมอีกเล็กน้อยก่อนที่จะกลับขึ้นมาบนห้องพักและสอบน้ำหนักตัวอีกหนเหลือเพียง 114.8 ปอนด์ ลดฮวบไปถึง 4 ปอนด์เลยทีเดียว สร้างความพอใจให้ทีมงานไม่น้อย
โดยเทรนเนรอ์ ดุรงค์ อพอลโล่ เผยว่า น้ำหนักเด่นเก้าแสนนั้น ขยับขึ้นมา เพราะการเดินทางที่ยาวนาน จนไม่ได้ฝึกซ้อม แถมยังรับประทานอาหารเข้าไปเล็กน้อยอีกด้วย แต่มาถึงตรงนี้กลับมาอยู่ในระดับปกติไม่มีปัญหาแล้ว
ฟาดเนื้อย่างเป็นอาหารเช้า
หลังจากเช็กน้ำหนักได้น่าพอใจแล้ว เด่นเก้าแสน ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกจากโรงแรมไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้กับโรงแรมที่พัก โดยนักชกไทยสั่งข้าวกับเนื้อย่างมารับประทานไปครึ่งจาน ตบท้ายด้วยสลัดผักและน้ำเปล่า ก่อนจะกลับมานอนเล่นอยู่ในห้องพัก
พร้อมกับเปิดซีดีการชกของไดกิ นัดที่เอาชนะน็อก วันดี สิงห์วังชา ดูจนจบ ก่อนจะต่อด้วยเทปการชกของ "ไอ้รถถัง" พูนสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม นัดถล่ม เบอร์นาร์ด ดันน์ คว้าแชมป์โลกมาได้สดๆ ร้อนๆ ที่ผู้สื่อข่าวนำติดมาให้ชมด้วย โดยที่แวฮามะ ดูอารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใสไม่มีอาการเครียดให้เห็น แถมยังกล่าวติดตลกกับสื่อไทยด้วยว่าคอยดูตนวันชกให้ดีจะน็อก ไดกิ ให้ได้เหมือนที่ พูนสวัสดิ์ ชนะน็อกดันน์เลยทีเดียว
ยุ่นมาแปลกตรวจร่างกายคนละเมือง
ต่อมาเวลาเที่ยงตรง ทีมงานผู้จัดได้ส่งเจ้าหน้าที่มารับแชมป์โลกชาวไทย เพื่อไปตรวจร่างกายตามกฎสมาคมมวยโลก และ "เจบีซี" แจแปนบ็อกซิ่ง คอมมิชชั่น หรือ คณะกรรมาธิการควบคุมกีฬามวยญี่ปุ่น ที่ชั้น 2 อาคารเจบีซี คันไซ อยู่ในย่านฮัมมัดจิ
โดยมีบรรดาสื่อมวลชนเจ้าถิ่นรอทำข่าวอย่างคับคั่ง ทำเอาบริเวณที่ทำการคับแคบไปถนัดใจ ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมงานไทยได้รับแจ้งว่า ไดกิ คาเมดะ จะทำการตรวจร่างกายในวันเดียวกันนี้ด้วย แต่เมื่อเดินทางไปถึงกับได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าแม้ทั้งคู่จะตรวจร่างกายในวันเดียวกัน
แต่เป็นการตรวจคนละที่ เนื่องจาก ไดกิ นั้นทำการฟิตซ้อมอยู่ที่โตเกียว จึงตรวจที่สำนักงานเจบีซี ในกรุงโตเกียว ขณะที่เด่นเก้าแสนตรวจที่สำนักงานเจบีซี ในโอซาก้า แต่หลังจากที่ทั้งคู่ตรวจเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งผลการตรวจให้กับอีกฝ่ายได้รับทราบไปพร้อมๆ กัน
ปิดห้องตรวจร่างกายไม่ให้สื่อดู
จากนั้น นพ.โตชิอากิ ฟูจิตะ เป็นแพทย์ที่เจบีซี แต่งตั้งขึ้นมาได้ทำการตรวจร่างกายของ แวฮามะ ทันที ทั้งที่นักชกไทยเพิ่งจะเดินทางมาถึง โดยไม่ยอมให้ได้พักผ่อนเพื่อปรับร่างกายก่อนและไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปดูการตรวจ แต่ช่างภาพของสยามกีฬาได้แฝงตัวอ้างว่าเป็นทีมงาน และเข้าไปร่วมชมการตรวจด้วยสายตาตนเองอีกด้วย โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นจึงเปิดแถลงข่าว การตรวจร่างกายครั้งนี้ มีการส่งผลการตรวจของ ไดกิ คาเมดะ ที่นครโตเกียว รายงานมาให้ทราบและนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันด้วย
เปิดแถลงผลตรวจร่างกายทั้งคู่
จากผลการตรวจปรากฏว่า เด่นเก้าแสน มีส่วนสูง 161 ซม. รอบคอ 37 ซม., รอบอก 85 ซม., สายตาด้านซ้าย 1.5 ซม. ด้านขวา 1.0, ช่วงชก 70 ซม., รอบหมัด 25.3 ซม. ความดันโลหิต 128/89 มิลลิปรอท, ชีพจร75 ครั้งต่อนาที อุณหภูมิร่างกาย 36.4 องศาเซลเซียส ไดกิ สูง 167.9 ซม.
ขณะที่ข้อมูลของไดกิที่ถูกส่งมาให้นั้น ปรากฏกว่า วัดส่วนสูงได้ถึง 167.9 ซม. สูงกว่านักชกไทยถึง 6.9 ซม. เลยทีเดียว รอบคอ 37 ซม., รอบอก 92 ซม., สายตาด้านซ้ายและและด้านขวาเท่ากันที่ 2.0, ช่วงชก 164.5 ซม. รอบหมัด 28 ซม. ความดันโลหิต 124/61 มิลลิปรอท, ชีพจร 47 ครั้งต่อนาที และอุณหภูมิร่างกาย 36.5 องศาเซลเซียสแม้แชมป์โลกชาวไทยจะเสียเปรียบส่วนสูงและความหนา แต่ช่วงชกนั้น เจ้ามะกลับได้เปรียบ เพราะวัดได้ 170 ซม. ขณะที่ ไดกิ วัดได้ 164.5 ซม.
เทียบผลแชมป์โลกไทยเป็นรองบาน
หลังจากนั้นแพทย์ได้แถลงถึงผลการตรวจร่ายของทั้งคู่ออกมา เป็นที่น่าสังเกตว่า แวฮามะดูจะเป็นรองผู้ท้าชิงเจ้าถิ่นอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูงที่เตี้ยกว่าเกือบ 7 ซม. แถมรอบอกหรือความหนาของลำตัวยังเล็กว่าเล็กน้อย ยิ่งเมื่อเทียบถึงความดันและอัตราการเต้นของหัวใจนั้นนักชกไทยยังมีความฟิตเป็นรองผู้ท้าชิงเสียอีก
ส่วนที่แวฮามะเหนือกว่ามีอยู่เพียงแค่ช่วงชกเท่านั้น ที่นักชกไทยยาวกว่า 3.5 ซม. เท่านั้น และเมื่อสื่อมวลชนยุ่นได้ทราบข้อมูลทั้งหมดแล้ว ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาไม่น้อย โดยสื่อ แดนอาทิตย์อุทัย ทุกสำนักต่างฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้ท้าชิงเจ้าถิ่นนั้นมีความฟิต และแข็งแกร่งมากกว่าแชมป์โลกจากประเทศไทยแน่นอน
ยุ่นถามเหน็บฟอร์มล่าสุดชกไม่ดีนัก
ต่อมา แวฮามะ จึงได้ทำการทดสอบน้ำหนักกับเครื่องชั่งที่อยู่ในสำนักงานเจบีซี ส่วนผลการทดสอบน้ำหนักตัวล่าสุด เด่นเก้าแสนชั่งได้ 53.4 กก. หรือประมาณ 117 ปอนด์ ส่วนไดกินั้นไม่มีการเปิดเผยให้ฝ่ายไทยทราบ จากนั้นเป็นการให้สัมภาษณ์ ผ่านล่ามโดย นายภูมิ โอซาก้า ทีมงานฝ่ายไทย
สื่อยุ่นได้สอบถามว่า ระหว่าง ทาเคฟูมิ ซากาตะ อดีตแชมป์โลกผู้เสียเข็มขัดให้เจ้ามะ กับ ฮิโรยูกิ ฮิซาทากะ ผู้ท้าชิงไฟต์แรกที่เจ้ามะชนะคะแนนอย่างเต็มกลืน นั้นใครน่ากลัวกว่ากัน และถามซ้ำอีกว่า จากการที่เด่นเก้าแสนเอาชนะคะแนน ฮิซาตากะ มาแบบไม่เป็นเอกฉันท์ในนัดล่าสุดทั้งที่เป็นการชกในเมืองไทยนั้น จะส่งผลกระทบอะไรต่อการเดินทางมาป้องกันตำแหน่งกับไดกิหรือไม่อีกด้วย
"มะ" สวนกลับจะน็อก "ไดกิ"
จากคำถามดังกล่าวนี้ เด่นเก้าแสน ได้โต้สื่อยุ่นไปว่า ถ้าจะเทียบซากาตะกับ ฮิซาทากะ ที่ตนชกมาทั้งคู่นั้น ซากาตะนั้นแข็งแกร่งกว่าเยอะ เพียงแต่ไฟต์ที่ตนป้องกันครั้งแรกกับ ฮิซาทากะ นั้น การฟิตซ้อมไม่เต็มที่ รวมทั้งมีปัญหาสภาพจิตใจ ผลการชกจึงออกมาไม่ดีอย่างที่เห็น
แต่การเตรียมตัวครั้งนี้ ซ้อมมาหนักตลอดสองเดือน ลงนวมไป 121 ยก ทำให้มั่นใจเต็มเปี่ยม ว่าต้องเอาชนะ ไดกิ คาเมดะ ได้แน่นอน และจะถึงน็อกเอาต์เสียด้วย เพื่อป้องกันปัญหาการตัดสินของกรรมการ แต่หากการชกยืดเยื้อครบ 12 ยก ตนยังมั่นใจว่าประสบการณ์และฝีมือที่เหนือกว่าของตนน่าจะต้อนแต้มได้ขาดลอยได้ด้วยเช่นกัน เมื่อเด่นเก้าแสนกล่าวมาถึงตรงนี้เรียกเสียงฮือฮาสื่อยุ่นได้ไม่น้อย จากนั้นทีมงานแชมป์โลกไทยเดินทางกลับ
ยุ่นใจดีเปิดยิมฯ ให้ซ้อมเต็มที่
จากนั้นเวลาประมาณ 16.00 น. เด่นเก้าแสน และทีมงานออกเดินทางจากโรงแรมตรงไปยัง เซชิได ยิมฯ อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมานักเพื่อทำการฝึกซ้อม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ภูมิ โอซาก้า หนึ่งในทีมงานที่รู้จักกับเจ้าของยิมฯ เป็นการส่วนตัวได้มาติดต่อประสานงานไว้จนได้รับไฟเขียวให้ไปฝึกซ้อมได้อย่างเต็มที่
โดย แวฮามะ เริ่มต้นซ้อมด้วยการกระโดดเชือก 20 นาที จากนั้นจึงเล่นลม 3 ยกก่อนจะต่อยเป้าอีก 6 ยกรวด แล้วจึงบริหารร่างกายเป็นการปิดท้ายใช้เวลาฝึกซ้อมราวหนึ่งชั่วโมงเศษ เสร็จสิ้น โดยระหว่างการซ้อมนั้นนักชกไทยได้รับความสนใจจากบรรดานักมวยที่มาฝึกซ้อมในยิมฯ ยืนดูกันอย่างใกล้ชิดและเมื่อซ้อมเสร็จยังถูกขอถ่ายภาพคู่กันอีกพักใหญ่ จึงได้เดินทางกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อนต่อไป
โดย สยามกีฬา
http://www.siamsport.co.th/Sport_Boxing/091001_146.html
|