|
Chucharoen gets warning for Sakai's death |
|
Written by Varut, Editor: Wissawa
|
|
Tuesday, 17 November 2009 |
|
Thailand’s Board of Boxing Sport has decided to give a warning to promoter Chucharoen Rawee-aramwong for failing to register his boxer Sakai Jockeygym who died after a match in Japan last month.
According to earlier reports, Professional Boxing Association of Thailand (PBAT) president Somchart Charoenwatcharawit announced he would push for tough punishment on the “wrongdoers” responsible for Sakai’s death from head injury after a fight against Japan’s Kazuyoshi Niki on October 12.
Despite Somchart’s claim that the promoter and manager violated the boxing law by not acquiring permit from PBAT for the overseas match, the Board of Boxing Sport has decided recently that a mere warning should be enough for Chucharoen.
The panel, of which Somchai himself a member, said it was first time for Chucharoen to violate the regulation and claimed that the promoter has already shown responsibility by helping Sakai’s family after his death.
The board has suspended Sakai’s manager Sommart Hongsakul for one month, saying that Sommart has also redeemed himself by helping Sakai’s family, while saying his wrongdoing was unintentional.
Sakai was registered as muaythai fighter, but not boxer. His muaythai permit expired in November last year.
Source: Muay Siam
ซาไก คณะกรรมการกีฬามวย "ลงดาบ"
หลังจากที่ ซาไก จ็อกกี้ยิม เดินทางไปชกกับ คาสึโยชิ นิกิ นักชกชาวญี่ปุ่น ที่เมืองฟูอุโอกะ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา และได้เสียชีวิตลงหลังการแข่งขัน จนเป็นข่าวต่อเนื่องกันอยู่หลายวัน จากนั้นก็ได้นำศพกลับมาจากประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
แต่เรื่องไม่จบเพียงเท่านี้ ได้มีการสรุปรายงานการเสียชีวืตของ ซาไก ต่อที่ประชุมคณะกรรมการกีฬามวย โดยบอร์ดได้มอบหน้าที่ให้ คณะอนุกรรมการวินัยและจรรยาบรรณบุคคลในวงการกีฬามวยเป็นผู้พิจารณาโทษ
โดยมี "ชาติซ้าย" สมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย เป็นประธาณคณะอนุกรรมการฯในชุดนี้
จากผลสรุปปรากฏว่า ซาไก จ็อกกี้ยิม ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักมวยอาชีพขึ้นแต่ทะเบียนนักมวยไทย และบัตรประจำตัวนักมวยได้หมดอายุไปตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2551 โดยไม่มีการต่ออายุ และเดินทางไปชกต่างประเทศโดยไม่ผ่านการรับรองจากสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย
โดยในที่ประชุมได้พิจารณาบทลงโทษกับ "อั้งมอ" ชูเจริญ รวีอรามวงศ์ โปรโมเตอร์ และ "ป๋ามาตร" สมมาตร หงสกุล หัวหน้าคณะจ๊อกกี้ยิม เพราะเป็นผุ้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
โดยที่ "ป๋ามาตร" เป็นหัวหน้าคณะตาม พ.ร.บ.กีฬามวย แต่ไม่สอดส่องดูแลควบคุมนักมวยในสังกัดให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.กีฬามวยโดยไม่ดำเนินการให้นักมวยขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ถือว่าเป็นการกระทำผิด
ส่วน อั้งม้อ โปรโมเตอร์หรือผู้จัดรายการ ใบอนุญาตในการเป็นผู้จัดรายการหมดอายุแต่ก้ไม่ได้ต่อใบอนุญาตถือว่ากระทำผิด พ.ร.บ.กีฬามวย เช่นกัน
จากนั้นคณะอนุกรรมการได้ลงมติลงโทษ "อั้งม้อ" ด้วยการทำหนังสือตักเตือน เพราะเห็นว่าการนำนักมวยไปชกโดยไม่ผ่านการอนุญาตของสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทสไทย ถือเป้นความผิดครั้งแรก และเมื่อเกิดเรื่องขึ้นก็ได้แสดงความรับผิดชอบ โดยแสดงน้ำใจช่วยเหลือครอบครัวของ "ซาไก" อย่างเต็มที่ถือว่ามีความดีความชอบ
ส่วน "ป๋ามาตร" ที่ประชุมได้มีมติลงโทษให้เพิกทอนทะเบียนหัวหน้าคณะนักมวยเป็นเวลา 1 เดือนนับตั้งแต่วันที่นายทะเบียนเซ็นคำสั่ง เนื่องจากได้ช่วยเหลือดูแลครอบครัว "ซาไก" อย่างดี และความผิดที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นความผิดที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
ซึ่งถือว่าบทลงโทษของคณะอนุกรรมการฯ ก็สมควรแก่เหตุและผล เพราะคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุร้ายๆ เช่นนี้ขึ้นอีก
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป้นตัวอย่างให้นักมวยและหัวหน้าคณะคนอื่นๆ ควรปฏิบัติตาม พ.ร.บ. กีฬามวยอย่างเคร่งครัด
ที่มา: มวยสยาม
|